ผลกระทบจาก Industry 4.0 ต่อการจัดการโซ่อุปทาน

ในช่วงนี้ เดินไปทางไหน อะไรๆ ก็ 4.0

แน่นอนครับ ชีวิตหน้าที่การงานผมส่วนใหญ่คลุกคลีอยู่ในวงการอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องเกี่ยวกับคำว่า Industry 4.0 โดยปริยาย ทั้งที่ความรู้สึกส่วนตัวอยากอยู่เงียบๆ ทำงานอย่างมีความสุขทุกวันๆ สร้างสรรค์นวัตกรรมการทำงานใหม่ๆ มาใช้ในประเทศ ในแบบไทยสไตล์มากกว่า

Industry 4.0 คำนี้ก่อกำเนิดจากประเทศเยอรมันนี เพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยส่วนตัวผมผมว่ามันเป็นยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับเขานะ อย่างน้อยๆ เขาใช้จุดแข็ง (S) กับโอกาส (O) ที่มี เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ อย่างลืมนะครับระบบ ERP,Software ที่เป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก อย่าง SAP ก็เกิดจากที่นี้ เครื่องจักรทันสมัยๆ มีคุณภาพของโลกหลายแบรนด์ เช่น Siemens ก็กำเนิดจากที่นี้ แล้วจะยากอะไรที่วันหนึ่งเยอรมันนีประกาศตัวอย่างชัดเจนจะทำให้ 2 สิ่งนี้ผนวกเข้าหากัน และขับเคลื่อนประเทศภายใต้ Wording ที่สวยงามสะดุดหู “Industry 4.0” ส่วนประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพร้อมสักกี่มากน้อย ที่จะก้าวสู่การเป็น Developer ใน Industry 4.0 เพื่อเป็น Smart Factory เช่นเขา หรือสุดท้ายเราจะได้เป็น User ใน Industry  4.0 ตามที่เราถนัด

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กุมภา 2560 ผมได้มีโอกาสนำเสนอสิ่งที่เป็นผลจาก Industry 4.0 แล้วจะทำให้การจัดการ Supply Chain เปลี่ยนรูปไปอย่างไร ก็เลยทำเป็นสรุปเพื่อให้เป็นภาพเดียว และเห็นถึงความเชื่อมโยงของสิ่งที่จะเกิดขึ้น จนกระทั่งไปถึงสิ่งที่เราต้องปรับตัวในการจัดการโช่อุปทาน ดังภาพ

 


industry-4-0-impact-to-supply-chain

จากภาพจะเห็นได้ว่า เมื่อเกิด Industry 4.0 จะทำให้เกิด Intelligent Factory โดยมี Key Impact 4 ด้าน คือ

  1. Smart factories ระบบการผลิตอัตโนมัติ และยืดหยุ่น เกิดการบูรณาการร่วมกันทั้งลูกค้าและพันธมิตรที่อยู่ในวงจรของผลิตภัณฑ์
  1. Internet of Services การเชื่อมต่อของระบบสนับสนุนการผลิต และปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตเสมือนจริง ในกระบวนการทางธุรกิจใหม่ๆ และส่งผลต่อการออกแบบระบบโช่อุปทานที่เหมาะสมในการทำงาน
  1. Advanced analytics ข้อมูลจำนวนมาก และการคาดการณ์ไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในการผลิต หรือจุดใดจุดหนึ่ง แต่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อการดำเนินงานอย่างเต็มที่ทั้งระบบ
  1. Focus on knowledge worker ความซับซ้อนของการแก้ปัญหาที่มากขึ้น จำเป็นต้องใช้ทักษะเชิงวิศวกรรมในการจัดการปัญหามากขึ้น

และ Key impact ทั้ง 4 ด้านนี้เองจะส่งผลให้การจัดการโซ่อุปทานเปลี่ยนไป จะกระทั่งมีหลายสิ่งที่ต้องสร้างความขัดเจนและเป็นรูปธรรมในการจัดการตลอดโซ่อุปทาน กล่าวโดยสรุป คือ

  • รู้ความพร้อมของวัตถุดิบ, ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูปในทุกๆจุด ตลอดโช่อุปทาน
  • กำหนดระดับสินค้าคงคลังขั้นต่ำที่ควรเป็น
  • ปรับปรุงให้มี Lead time ที่สั้น (การเคลื่อนย้ายของวัสดุต้องทำได้รวดเร็ว)
  • การไหลของข้อมูลต้นน้ำ และข้อมูลปลายน้ำต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • ต้องทราบกำลังความสามารถตลอดโซ่อุปทาน และสามารถกำหนด Stock buffering ที่สอดคล้อง
  • มีการจัดการและกำหนดจุดควบคุมในแต่ละกระบวนการดำเนินงานตลอดโซ่อุปทาน
  • การวางแผนและดำเนินการด้วยข้อมูลความต้องการที่แท้จริง/ใช้จริง ต้องเข้าใจว่าลูกค้ามีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ใช้พยากรณ์ที่คาดคะเนแบบมั่วๆ

เป็นไงกันบ้างครับ พอจะเห็นภาพสิ่งผลกระทบต่อการจัดการโซ่อุปทาน จากการเกิดของ Industry 4.0กันบ้างไหม ใครสนใจ หรือมีข้อสงสัยใดๆ สามารถสอบถาม ติดต่อกันได้ครับ หรือจะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน ก็สามารถติดตามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/mongkol.patcharadamrongkul

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s