ตอนที่ 4 – ความเป็นเลิศในการจัดการโช่อุปทานด้วย SCOR Model

ผ่านไปแล้ว 3 ตอนครับ ซึ่งได้บอกถึงความสำคัญของ SCOR ในการพัฒนาโช่อุปทาน มาคราวนี้ ตอนที่ 4 แล้วครับ และต้องขอบอกทุกท่านก่อนนะครับเรื่องราวที่เขียนต่อจากนี้ เป็นเรื่องราวจากการนำ SCOR ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเป็นเลิศการจัดการโช่อุปทาน (Supply Chain Excellence) นั้นหมายความว่ามันอาจจะไม่เหมือน SCOR แบบ original นะครับ มันอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง เพราะผมเชื่อว่าเครื่องมือทุกตัวไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ลวกน้ำร้อนแล้วกินได้ แต่ความจริงคือความอร่อยอยู่ที่คนปรุง ฮิฮิ.. แต่ขอยืนยันว่าสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึงนี้มันใช้ได้จริง และได้ทำให้เข้าใจได้ง่าย สำหรับองค์กรสไตล์พี่ไทยแบบเรา (ส่วนใครติด Brand name กรุณาตัดสินใจสักนิด ก่อนจะไปต่อ 555)

หากจะถามว่า อะไรคือความเป็นเลิศของการจัดการโช่อุปทาน? สำหรับผมคำตอบนั้นก็คือ “Performance ของสิ่งที่คุณทำ” ซึ่งถ้ามันสะท้อนให้เห็นว่าคุณดีกว่าคนอื่นอย่างยั่งยืน นั้นหมายความว่าคุณมีความเป็นเลิศในสิ่งนั้นๆ

สำหรับ SCOR Model ถ้าเราพิจารณาจาก 976 หน้า ของ SCOR Ver.11 เราจะพบว่า การวัด Performance ของสิ่งที่ทำ ประกอบด้วย  2 เป้าหมาย 5 ด้าน 10 ตัวชี้วัดหลัก

Core Metric

2  เป้าหมาย คือ 1) เพื่อสร้างประโยชน์ให้ลูกค้า (External Focus) 2) เพื่อสร้างประโยชน์ให้องค์กรของตน (Internal Focus)

5 ด้าน คือ  1) ความน่าเชื่อถือ 2) การตอบสนอง 3) ความคล่องตัว 4) ต้นทุน 5) ประสิทธิภาพการจัดการสินทรัพย์

10 ตัวชี้วัด คือ ตัววัดผลเชิงกลยุทธ์ของ 2 เป้าหมาย และ Performance หลัก 5 ด้าน (เดี๋ยวก่อน อย่าลืมนะตัวชี้วัดใน SCOR ทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอนมีมากกว่า 550 ตัวชี้วัด ที่จะสนับสนุนให้ 10 ตัวชี้วัดนี้บรรลุผล)

มาถึงตรงนี้ ลองทบทวนดูนะครับ ตัววัดหลักทั้ง 10 ตัวนี้ของท่าน มีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจเพียงพอจะเป็นเลิศแล้วใช่หรือไม่เมื่อเทียบกับองค์กรอื่นๆ (หุหุ..ช้าก่อน ท่านต้องวัดเป็นด้วยนะ แต่ถ้าวัดไม่เป็นแนะนำไปอ่าน SCOR ในส่วนของ performance หรือรออ่าน blog ผม ในตอนต่อๆไปครับ) ส่วนคำตอบของท่านเป็นอย่างไรผมมิอาจทราบได้ แต่ผมมีวิธีที่จะพาท่านไปถึงจุดมุ่งหมายนั้น

วิธีการที่ผมใช้นั้นก่อกำเนิดจาก ประสบการณ์ การศึกษา การทำงาน การให้คำปรึกษา และการลงมือทำมันจริงๆ กับองค์กรที่เขาอยากเป็น “Supply Chain Excellence” มันเป็นมากกว่าตำราที่เขียน มากกว่าทฤษฎีที่กล่าว แล้วนำสร้างรูปแบบการพัฒนาไปสู่จุดๆนั้นแบบเข้าใจง่ายๆ สไตล์ไทยๆ  แสดงความเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ จนผมเรียนมันว่า “บ้านแห่งการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของโชอุปทาน”

ต้องบอกก่อนว่า “บ้านแห่งการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของโชอุปทาน” หรือ House of Supply Chain Excellence หลังนี้ สร้างขึ้นจากกระบวนการต่อยอดองค์ความรู้ด้าน TQM ตามสไตล์บ้านของอาจารย์ KANO ที่ผมเรียนหลักสูตรที่ปรึกษามา เกิดจากการประยุกต์องค์ประกอบ 4 ส่วนหลักของ SCOR Model และผนวกเข้ากับแนวคิดเรื่อง Lean ที่ผมให้คำปรึกษาอยู่

House Of SC

ภายใต้บ้านแห่งการพัฒนาหลังนี้มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงสู่ความเป็นเลิศในการจัดการโช่อุปทานดังนี้

1. ฐานราก คือ การพัฒนาทักษะความสามารถของบุคลากรให้มีทักษะในการปฏิบัติงานแต่ละด้านสอดคล้องตามกระบวนการปฏิบัติงานด้านนั้นๆ โดยองค์ประกอบของการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานให้ความสำคัญ 3 ส่วน คือ ความถนัด (Aptitude) ประสบการณ์ (Experience) และการฝึกอบรม (Training) โดยใน SCOR ได้กำหนด Skill ของผู้ปฏิบัติงานถึง 161 ทักษะ พร้อมบอก Compency ไว้พร้อมสรรพกันเลยเชียว

2. เสาหลักของการพัฒนาปรับปรุง คือ เป็นปรัชญาการทำงานที่ต้องให้ความสำคัญต่อกระบวนการ และหลักการปฏิบัติในการทำงาน กล่าวคือ

  1. กระบวนการที่ต้องพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมโยงทั้งระบบ ประกอบด้วย คือ กระบวนวางแผน (Plan) กระบวนการจัดหา (Source) กระบวนการแปรรูปหรือผลิต (Make) กระบวนการส่งมอบ (Deliver) กระบวนการรับ-ส่งคืน (Return) และกระบวนพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการวางแผนและการดำเนินงาน (Enable) โดยในแต่ละกระบวนการภายใต้ SCOR จะบอกถึงความเชื่อมโยงกับกระบวนการอื่น ตัววัดผลประสิทธิผลการดำเนินการ หลักปฏิบัติที่จะส่งเสริมงานนั้นๆ และทักษะที่จำเป็น ไว้ให้เป็นแนวทางด้วยล่ะ
  2. หลักปฏิบัติในการปฏิบัติงาน มุ่งเน้นในการกำจัดความสูญเปล่าในการปฏิบัติงาน (Waste-ประกอบด้วย ย้ายบ่อย คอยนาน สต๊อกบาน งานผิด ผลิตเกิน เดินเอื้อมหัน ขั้นตอนไร้ค่า ไม่ค้นหาศักยภาพ) การนำเทคนิคและเครื่องมือในการปฏิบัติต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาการทำงาน ทั้ง Standard, Best, Emerging Practices ซึ่งใน SCOR มีถึง 175 หลักปฏิบัติให้เอาไปทดลองใช้กัน

3. คาน คือ ตัวชี้วัดสมรรถนะในการปฏิบัติการด้านต่างๆ โดยแบ่งการวัดผล เป็น 5 กลุ่มหลัก คือ

  1. ด้านการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ความน่าเชื่อถือไว้วางใจ (Reliability) ความรวดเร็วในการตอบสนอง (Responsiveness) การยืดหยุ่นและความความสามารถในการปรับตัว (Agility)
  2. ด้านการตอบสนองต่อประสิทธิภาพการจัดการภายในองค์กร ประกอบด้วย 2 ด้าน คือ ประสิทธิภาพการจัดการสินทรัพย์ (Asset management Efficiency) และด้านต้นทุน (Cost)

4. หลังคา คือ ผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายที่เกิดจากการพัฒนาปรับปรุง ซึ่งนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในการจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Excellence)

และความเป็นเลิศเหล่านี้ต้องวัดผลและเปรียบเทียบ (ฺBenchmark) กับองค์กรอื่น ว่าเราเจ๋งจริงเปล่า

เอาละครับ ตอนนี้ แค่นี้ก่อน แล้วรอติดตามเรื่องราวดีๆ จากการประยุกต์ใช้ SCOR model สู่ Supply chain Excellence กันไปเรื่อยๆนะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s